The Adventures Of The Orphans Boys บทที่ 31
posted on 09 Aug 2011 22:22 by oceanhot“ปิแอร์!”ซายด์เบิกตาโพลง ความมึนงงทั้งหมดถูกขับไล่ไปทันที “พี่ยังไม่ตาย!!!”
“ใช่ พี่ยังไม่ตาย!”บอดี้การ์ดผู้นั้นสวมกอดซายด์แนบแน่น “และพี่ก็ดีใจที่แกยังไม่ตายด้วย แกหนีออกมาจากสถานสงเคราะห์นรกนั่นได้ยังไง?”
“เรื่องมันยาวนะพี่”ซายด์ตอบ น้ำตาไหลพราก “ผมคิดมาตลอดว่าพี่ตายแล้ว”
“เอ่อ อย่าว่างั้นงี้เลยนะ”ฮาโร่แทรกขึ้นกึ่งเกรงใจกึ่งรำคาญ “ช่วยแก้มัดก่อนได้ไหม หลังจากนั้นจะซึ้งยังไงก็ตามสบาย นั่งนานๆแบบนี้มันเมื่อยเว้ย”
“โทษที”บอดี้การ์ดผู้มีนามว่าปิแอร์ เซอี้ย์ยกมือปาดน้ำตาที่หลั่งรินด้วยความตื้นตันก่อนจะหันมาแก้มัดเชือกที่พันธนาการฮาโร่และซายด์เอาไว้ “ไม่คิดว่าจะได้เจอกันจริงๆ มีไม่กี่คนหรอกที่สามารถหนีพ้นเงื้อมมือไอ้โรคจิตแฮ็คกิ้งนั่นได้น่ะ”
ซายด์รีบถอดแว่นออกมาเช็ดหลังจากถูกแก้มัดเรียบร้อย ส่วนฮาโร่ยกมือบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายก่อนจะหันมองรอบกายจึงเห็นว่านายอำเภอธันเดอร์กำลังเดินกลับไปทรุดกายลงนั่งหลังโต๊ะทำงานของตนเองดังเดิม บรรยากาศที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่มีสัญญาณที่บ่งบอกถึงการจับกุมเลยทั้งสิ้น
“เอ่อ สรุปว่าจะไม่จับพวกเราแล้วใช่ไหม?”ฮาโร่ถามขึ้นอย่างลังเลพลางมองซายด์ลุกขึ้นยืนสวมกอดกับปิแอร์อีกครั้งเหมือนพี่น้องที่ได้กลับมาเจอกันหลังพลัดพรากไปนาน “ช่วยอธิบายอะไรให้ฟังสักหน่อยสิ แบบนี้มันงงนะเฮ้ย”
ซายด์ผละออกจากปิแอร์ เขาถอดแว่นเช็ดน้ำตา เป็นครั้งแรกที่ฮาโร่เห็นเพื่อนร่วมชะตากรรมคนนี้ร้องไห้ ปิแอร์ยกมือตบไหล่ซายด์เบาๆเป็นเชิงปลอบโยน ในที่สุด ซายด์ก็ควบคุมสติอารมณ์ได้ พูดอธิบายทุกอย่างด้วยน้ำเสียงอันสั่นพร่า
“คนนี้คือปิแอร์ เซอี้ย์ เป็นรุ่นพี่ฉันในกลุ่มศิลปะวรรณกรรมที่สถานสงเคราะห์ เมื่อสองปีที่แล้วเขาบรรลุนิติภาวะ และเจอแบบที่เราเจอ ทางสถานสงเคราะห์จัดงานวันเกิดให้เขาและนั่นคือครั้งสุดท้ายที่ฉันได้เห็นปิแอร์ พอวันรุ่งขึ้น ปิแอร์ก็หายตัวไป ฉันไปถามที่ตึกธุรการ เจ้าหน้าที่ก็ตอบว่าปิแอร์ได้เลือกใช้สิทธิ์การบรรลุนิติภาวะและเดินทางออกจากสถานสงเคราะห์ไปแล้วซึ่งฉันรู้ว่าไม่ใช่ความจริง
เพราะในเช้าวันนั้น ฉันเจอกระดาษแผ่นหนึ่งซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง ปิแอร์คงแอบใส่มาโดยที่ฉันไม่รู้ตัวตั้งแต่วันก่อน มันเป็นจดหมายที่อธิบายความชั่วร้ายของไอ้รัฐมนตรีแฮ็คกิ้ง ฉันจำลายมือของปิแอร์ได้ดี ไม่มีอะไรสำคัญมากกว่านั้นอีกแล้ว ในจดหมายมันบอกว่าเขากำลังจะต้องกลายเป็นอาหารบนโต๊ะของไอ้แฮ็คกิ้ง นั่นทำให้ฉันเริ่มค้นหาความจริงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”
ปิแอร์ เซอี้ย์ปรบมือแปะๆชมความยอดยี่ยมของซายด์ ฮาโร่กวาดสายตาพินิจบอดี้การ์ดหนุ่มเบื้องหน้าอีกครั้ง ปิแอร์เป็นชายหนุ่มชนิดที่คนทั่วไปนึกอยากเป็น เขาหล่อ เต็มไปด้วยความเท่ มีผมสีน้ำตาล นัยน์ตาเหล็กคมกริบ ใบหูเจาะเข็มหมุดพราวระยิบ ดูเหมาะที่จะสังกัดกลุ่มศิลปะการต่อสู้แบบฮาโร่มากกว่าศิลปะวรรณกรรมอย่างซายด์
“แต่ฉันคิดมาตลอดว่าปิแอร์ตายไปแล้ว”ซายด์พูดพร้อมยกมือขยับแว่นหนึ่งทีแล้วหันไปเหลือบมอง “ทำไมพี่ถึงมาโผล่ที่นี่ได้ล่ะ ปิแอร์”
ปิแอร์ เซอี้ย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฮาโร่ยืนเกาศีรษะที่ยังคงปวดตึบๆอยู่บ้างเล็กน้อยแล้วลอบชำเลืองมองนายอำเภอธันเดอร์ผู้นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน กำลังกอดอกมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่ยากคาดเดาความรู้สึก พลัน เสียงของปิแอร์ก็ดังขึ้นดึงความสนใจของฮาโร่อีกครั้ง
“พวกมันจับพี่ขึ้นรถเพื่อมุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ของไอ้แฮ็คกิ้ง แต่พี่หนีลงมาได้ระหว่างทางตอนที่พวกมันแวะปั๊มลงไปเยี่ยว เอ๊ย ลงไปเข้าห้องน้ำ ตอนนั้นพี่แกล้งเป็นสลบ มันพลาดที่คิดว่าพี่สลบจริงๆเลยไม่ล็อคประตูหรือหาอะไรมามัดมือมัดขาพี่เลยสักอย่าง ในตอนหลังได้ข่าวว่าไอ้แฮ็คกิ้งสั่งฆ่าพวกมันทั้งหมดไม่มีเหลือ พี่เปิดประตูรถวิ่งหนีสุดชีวิต เมื่อวิ่งมาได้พักหนึ่งก็โบกรถข้างทาง มีรถกระบะจอดรับพี่ เจ้าของรถเค้าเป็นคนนิว แองเจิ้ลที่มาเที่ยวเมืองหลวงและกำลังจะเดินทางกลับ พี่เลยติดดรถเค้ามาด้วย”
“แล้ว...”ซายด์พูด เหลียวมองนายอำเภอผู้เคร่งขรึมเล็กน้อย “...พี่กลายมาเป็นบอดี้การ์ดได้ยังไง?”
“เรื่องมันยาว ไว้จะอธิบายให้ฟังทีหลัง” ปิแอร์ตอบ หัวเราะแหะๆ “นี่ถ้าพูดจริงๆเขียนเป็นนิยายอีกเรื่องได้สบายเลยนะ”
“เอาเถอะครับ จะยังไงก็แล้วแต่ สรุปว่าในตอนนี้พวกเราปลอดภัย ไม่ถูกจับแล้วใช่ไหม?” ฮาโร่แทรกขึ้นพลางมองนายอำเภอธันเดอร์กับบอดี้การ์ดปิแอร์สลับกัน เกิดความเงียบขึ้นอึดใจหนึ่งก่อนที่นายอำเภอจะเป็นผู้ตอบคำถามที่ทำเอาฮาโร่และซายด์ใจหายวาบ
“ยังไงหน้าที่ก็ต้องเป็นหน้าที่ ถ้ามีคนรู้ว่าพวกแกเป็นฮาโร่ เดอ โรเลนโซ่กับซายด์ ฟิลิปป์จริงๆ ฉันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องส่งตัวให้ทางการ”เมื่อพูดมาถึงตอนนี้ นายอำเภอธันเดอร์ก็โน้มตัวมาข้างหน้า ลดเสียงลงเป็นกระซิบ “เว้นแต่ว่าไม่มีใครรู้เท่านั้น”
เป็นอีกครั้งที่ฮาโร่ไม่เข้าใจ แต่เขาเห็นซายด์ฉีกยิ้มแฉ่งทีเดียว